เจเนซิส แตกต่างจากองศาอื่นยังไง เจเนซิสถือกำเนิดมาจาก การแก้ไขอาการหัวทิ่มพุ่งข้ามแฮนด์ของนักปั่น หรือของตัว นาย gary เอง ซึ่งในยุคนั้นองศาของเฟรมยังเป็นแบบold schoolอยู่มาก องศาแบบนี้จะมีท่อบนที่สั้น ใช้เสต็มที่ยาวกว่า 100 หน้าไว น้ำหนักไปด้านหน้าเยอะ ซึ่งจะเข้าซิงเกิ้ลแทรคได้ดี ขึ้นเขาชันๆได้ดี แต่ลงเขาทีนึงก็หนาวไปตามๆกัน โดยการทำให้น้ำหนักตัวของนักปั่นเยื้องไปด้านหลังมากขึ้นโดยการ ลดความยาวของเชนสเตย์ให้สั้นลงกว่าองศาของเฟรมทั่วไปประมาณ 8 มม แล้วมีองศาของท่อนั่งชันขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ท่อบน สั้นลง แต่กลับตรงกันข้าม ท่อบนกลับยาวขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่อนั่งได้เลื่อนมาด้านหลังด้วยเช่นกัน(ใช้จุดยึดท่อนั่งกับท่อบนเป็นcenter แต่เลื่อนรอยต่อในส่วนใกล้กระโหลกถอยมาด้านหลังอีกหนึ่งองศา) โดยการชดเชยความยาวเชนสเตย์กับการเลื่อนขององศาท่อนั่งนี้ ทำให้ไม่มีผลต่อฐานล้อให้เพิ่มขึ้น ส่วนท่อบนจะยาวกว่าเฟรมทั่วไปประมาณสองเซ็นต์ สังเกตุได้จากรถประกอบเป็นคันของแกรี่ ฟิชเชอร์ ที่ใช้ genesis geometry ยุคแรกๆจะมีสเต็มที่สั้นเอามากๆ เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 70-80มม แล้วก็ได้กลายมาเป็นต้นแบบในการออกแบบเฟรมมาจนถึงปัจจุบัน แม้กระทั่งเฟรมปรินซิเปีย ปี2003-2006ก็ยังได้รับอิทธิพลนี้ไปด้วยเช่นกัน
ads
วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
Genesis Geometry องศาเฉพาะของ gary fisher
เจเนซิส แตกต่างจากองศาอื่นยังไง เจเนซิสถือกำเนิดมาจาก การแก้ไขอาการหัวทิ่มพุ่งข้ามแฮนด์ของนักปั่น หรือของตัว นาย gary เอง ซึ่งในยุคนั้นองศาของเฟรมยังเป็นแบบold schoolอยู่มาก องศาแบบนี้จะมีท่อบนที่สั้น ใช้เสต็มที่ยาวกว่า 100 หน้าไว น้ำหนักไปด้านหน้าเยอะ ซึ่งจะเข้าซิงเกิ้ลแทรคได้ดี ขึ้นเขาชันๆได้ดี แต่ลงเขาทีนึงก็หนาวไปตามๆกัน โดยการทำให้น้ำหนักตัวของนักปั่นเยื้องไปด้านหลังมากขึ้นโดยการ ลดความยาวของเชนสเตย์ให้สั้นลงกว่าองศาของเฟรมทั่วไปประมาณ 8 มม แล้วมีองศาของท่อนั่งชันขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ท่อบน สั้นลง แต่กลับตรงกันข้าม ท่อบนกลับยาวขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่อนั่งได้เลื่อนมาด้านหลังด้วยเช่นกัน(ใช้จุดยึดท่อนั่งกับท่อบนเป็นcenter แต่เลื่อนรอยต่อในส่วนใกล้กระโหลกถอยมาด้านหลังอีกหนึ่งองศา) โดยการชดเชยความยาวเชนสเตย์กับการเลื่อนขององศาท่อนั่งนี้ ทำให้ไม่มีผลต่อฐานล้อให้เพิ่มขึ้น ส่วนท่อบนจะยาวกว่าเฟรมทั่วไปประมาณสองเซ็นต์ สังเกตุได้จากรถประกอบเป็นคันของแกรี่ ฟิชเชอร์ ที่ใช้ genesis geometry ยุคแรกๆจะมีสเต็มที่สั้นเอามากๆ เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 70-80มม แล้วก็ได้กลายมาเป็นต้นแบบในการออกแบบเฟรมมาจนถึงปัจจุบัน แม้กระทั่งเฟรมปรินซิเปีย ปี2003-2006ก็ยังได้รับอิทธิพลนี้ไปด้วยเช่นกัน
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น